โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล 2554

By , กรกฎาคม 24, 2010

ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล

เรื่อง การรับสมัครนักศึกษาตามโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท

ของมหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงสาธารณสุข

ศูนย์ MEC นครราชสีมา ศูนย์ MEC นครสวรรค์ ศูนย์ MEC ราชบุรี และศูนย์ MEC นครศรีธรรมราช

ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔

———————————————-

ด้วยมหาวิทยาลัยมหิดลและกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือจัดทำโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ โดยในปีการศึกษา ๒๕๕๔ ได้กำหนดการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา ตามรายละเอียดดังนี้

๑. สถานศึกษาและจำนวนรับเข้าศึกษา

เรียนชั้นปรีคลินิกที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และชั้นคลินิกที่ศูนย์แพทยศาสตรศึกษา

(MEC : Medical Education Center) แต่ละแห่งดังนี้

ศูนย์ MEC โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำนวนรับ ๔๘ คน

ทุน ODOD ๑๖ คน แบ่งเป็น จ.นครราชสีมา ๙ คน จ.ชัยภูมิ ๗ คน #

โควตาจังหวัด จำนวนรับ (คน)

นครราชสีมา ๑๘

บุรีรัมย์ ๑๐

สุรินทร์ ๑๐

ชัยภูมิ ๑๐

รวม ๔๘

ศูนย์ MEC โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จำนวนรับ ๓๒ คน

ทุน ODOD ๑๐ คน แบ่งเป็น จ.นครสวรรค์ ๘ คน จ.อุทัยธานี ๒ คน #

โควตาจังหวัด จำนวนรับ (คน)

นครสวรรค์ ๑๗

อุทัยธานี ๕

กำแพงเพชร ๖

พิจิตร ๔

รวม ๓๒

ศูนย์ MEC โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จำนวนรับ ๓๒ คน

ทุน ODOD ๑๒ คน แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช ๘ คน จ.กระบี่ ๒ คน จ.พังงา ๒ คน #

โควตาจังหวัด จำนวนรับ (คน)

นครศรีธรรมราช ๒๐

กระบี่ ๖

พังงา ๖

รวม ๓๒

ศูนย์ MEC โรงพยาบาลราชบุรี จำนวนรับ ๓๒ คน

ทุน ODOD ๘ คน แบ่งเป็น จ.ราชบุรี ๒ คน จ.เพชรบุรี ๓ คน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ๓ คน #

โควตาจังหวัด จำนวนรับ (คน)

กาญจนบุรี ๓

ราชบุรี ๗

สุพรรณบุรี ๒

เพชรบุรี ๘

ประจวบคีรีขันธ์ ๘

สมุทรสาคร ๒

สมุทรสงคราม ๒

รวม ๓๒

หมายเหตุ # ๑. ดูเงื่อนไขการสมัครและข้อผูกพันในเอกสารแนบท้ายประกาศก่อนสมัคร

๒. โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ทุน ODOD) ผู้สมัครจะต้องสอบผ่าน การคัดเลือกร่วมกับโควตาปกติ

๒. คุณสมบัติของผู้สมัคร

๒.๑ มีคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะของหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท และที่มหาวิทยาลัยมหิดลระบบโควตากำหนด

๒.๒ ผู้สมัครสอบในโควตาโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุนจะต้องสมัครและผ่านการ

คัดเลือกเพื่อเข้าค่ายเตรียมความพร้อมกับศูนย์แพทย์ในเขตพื้นที่ก่อน (ดูข้อ ๒.๓.๒) และได้รับการเสนอชื่อให้สมัครเข้าสอบคัดเลือกเพื่อรับทุน ODOD

๒.๓ มีคุณสมบัติเฉพาะตามโครงการ ดังนี้

๒.๓.๑ คุณสมบัติทางการศึกษา

- ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔-ม.๖) ในจังหวัดที่ตนสมัคร เช่น เรียน ในโรงเรียนที่จังหวัดราชบุรี สมัครสอบได้ในโควตาจังหวัดราชบุรี สำหรับผู้สมัครโควตากระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน จะต้องไม่เป็นผู้ที่ศึกษาในโรงเรียนที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง

 

- กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โดยมีคะแนนเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ และมีคะแนนเฉลี่ยสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐

๒.๓.๒ คุณสมบัติเฉพาะ

- ผู้สมัคร บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ต้องมีภูมิลำเนาอยู่ หรือเคยอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่ผู้สมัครใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยมีหลักฐานเป็นสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร รวมทั้งของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย สำหรับผู้สมัครเข้ารับทุนในโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) ผู้สมัคร บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ต้องมีภูมิลำเนาที่ไม่อยู่ในอำเภอเมือง

- ผู้สมัครเข้ารับทุนในโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD)

จะต้องศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ ของโรงเรียนในจังหวัด โดยเรียนอยู่ใน

โรงเรียนที่ไม่อยู่ในเขตอำเภอเมือง

- สัญชาติไทย และมีบัตรประจำตัวประชาชนไทย

- อายุไม่เกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์ ในวันปิดรับสมัคร

- มีความประพฤติดี มีเจตคติ และพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพแพทย์ในชนบท

- ไม่อยู่ในเพศบรรพชิต นักบวช หรือนักพรต

- ไม่มีปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต ที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการ ประกอบวิชาชีพ เช่น

๑. มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การประกอบวิชาชีพ

๒. มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือ โรคบุคลิกภาพแปรปรวนโดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพ

๓. โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง

๔. โรคไม่ติดต่อ หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพ เช่น

- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้

- โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ

- โรคความดันเลือดสูงรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร

- ภาวะไตวายเรื้อรัง

- โรคติดสารเสพติดให้โทษ

- โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

๕. ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง

๖. ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

- สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า ๖/๒๔

ทั้งสองข้าง

- สายตาข้างดีต่ำกว่า ๖/๑๒ เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว

- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ

๗. หูหนวก หรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน (sensorineural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น

๘. โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้คณะกรรมการคัดเลือก อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายการเพิ่มเติมได้

๓. การรับสมัคร

๓.๑ รับสมัครทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ ๒ สิงหาคม – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ โดยเข้าเว็บไซต์

http://www.mahidol.ac.th/admission/quota2011

๓.๑.๑ ให้ผู้สมัครคีย์ข้อมูลออนไลน์ และดาวน์โหลดใบแจ้งการชำระเงิน/ใบเสร็จรับเงิน โดยนำไปชำระเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทหารไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

๓.๑.๒ ให้ผู้สมัครสั่งพิมพ์ใบสมัคร ที่อยู่สำหรับส่งใบสมัคร (สำหรับปะหน้าซองขนาด A4) และจัดส่งพร้อมหลักฐานการสมัครทั้งหมดทางไปรษณีย์ ไม่เกินวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓

๓.๑.๓ เก็บรักษารหัสผ่านที่ได้รับจากการสมัครออนไลน์ไว้ในที่ปลอดภัย เมื่อมหาวิทยาลัยประกาศสถานที่สอบ ให้ใช้รหัสผ่านเพื่อพิมพ์บัตรประจำตัวสอบไปแสดงในวันสอบ (หากลืมรหัสผ่านจะสั่งพิมพ์บัตรประจำตัวสอบไม่ได้)

๓.๑.๔ ไม่อนุญาตให้แก้ไขข้อมูลการสมัครหลังจากวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๓

๓.๒ หลักฐานประกอบการสมัคร มีดังนี้

๓.๒.๑ ใบสมัครที่พิมพ์จากระบบออนไลน์ พร้อมติดรูปถ่าย ขนาด ๑ ๑/๒ นิ้ว และลงลายมือชื่อผู้สมัครในใบสมัครด้วย

๓.๒.๒ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร ที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

๓.๒.๓ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร และบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่มีเอกสารรับรองการเป็นผู้ปกครองตามกฎหมาย (ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ)

๓.๒.๔ สำเนา ปพ.๑ หรือเทียบเท่าของมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔–ม.๕) ซึ่งได้คิดเกรดเฉลี่ย

ทั้ง ๔ ภาคการศึกษา ที่ทางโรงเรียนรับรอง ๑ ชุด

หากตรวจสอบพบว่าข้อความในใบสมัครรวมทั้งเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบ การสมัครเป็นความเท็จ หรือ มีการปลอมแปลงเอกสาร ผู้สมัครจะถูกตัดสิทธิ์เข้าศึกษาในโครงการฯ และมหาวิทยาลัยมหิดลตลอดไป ตลอดจนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

๓.๓ ค่าสมัครสอบ

: ค่าสมัครสอบข้อเขียน ๕๐๐ บาท

ผู้สอบผ่านข้อเขียนที่ยินยอมสละสิทธิ์การสอบคัดเลือกของ กสพท. และ สอท. จะมีสิทธิ์เข้ารับการตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพจิต กิจกรรมกลุ่ม และสอบสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกในขั้นต่อไป โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้

- ค่าตรวจร่างกายและตรวจสุขภาพจิต ประมาณ ๗๐๐ บาท

- ค่าเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม และสอบสัมภาษณ์ ประมาณ ๑,๕๐๐ บาท (๒-๓ วัน)

หมายเหตุ ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนในโครงการ ODOD จะได้รับการยกเว้นค่าตรวจร่างกาย สุขภาพจิต ค่าร่วมกิจกรรมกลุ่มและค่าสอบสัมภาษณ์ โดยโครงการ ODOD จะออกค่าใช้จ่ายให้

การสอบครั้งนี้สอบพร้อมกับการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าในมหาวิทยาลัยมหิดล

ระบบโควตา ฉะนั้นผู้ที่สมัครในโครงการฯ จะไม่มีสิทธิ์สมัครในหลักสูตรต่าง ๆ ที่เปิดรับในระบบโควตามหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ รายละเอียดของการสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัยมหิดลระบบโควตาดูได้ที่เว็บไซต์ http:// www.mahidol.ac.th/admission/quota2011

๔. วิธีการคัดเลือก

๔.๑ มหาวิทยาลัยประกาศสนามสอบและที่นั่งสอบให้กับผู้ที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้วทางเว็บไซต์http://www.mahidol.ac.th/admission/quota2011 วันที่ ๒๙ ตุลาคม – ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

๔.๒ สอบข้อเขียนทางวิชาการของมหาวิทยาลัยมหิดล ในวันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

มี ๖ วิชา จัดเป็นจำนวนข้อสอบ ๔ ฉบับ ดังนี้

ฉบับที่ ๑ วิชาเคมี และวิชาฟิสิกส์

ฉบับที่ ๒ วิชาคณิตศาสตร์ ๑

ฉบับที่ ๓ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาภาษาไทย-สังคม

ฉบับที่ ๔ วิชาชีววิทยา

ทั้งนี้ต้องเข้าสอบครบทุกวิชา ซึ่งจะคิดสัดส่วนคะแนนของแต่ละวิชาและนำมารวมกัน

เพื่อจัดลำดับ ดังนี้

เคมี : ฟิสิกส์ : คณิตศาสตร์ : ชีววิทยา : ภาษาอังกฤษ : ภาษาไทย-สังคม = ๑ : ๑ : ๑ : ๑ : ๑ : ๑

วัน/เดือน/ปี ๘.๐๐-๘.๓๐ น. ๘.๓๐-๑๐.๓๐ น. ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.

วันเสาร์ที่ ๑๓พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เตรียมรับการตรวจบัตรที่นั่งสอบ

หน้าห้องสอบ วิชาเคมี วิชาฟิสิกส์ วิชาคณิตศาสตร์

พักกลางวัน

๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น. ๑๕.๓๐-๑๖.๓๐ น.

วิชาภาษาอังกฤษ

วิชาภาษาไทย-สังคมศึกษา วิชาชีววิทยา

หมายเหตุ ๑. ผู้เข้าสอบต้องเตรียมบัตรประจำตัวสอบและบัตรประจำตัวประชาชน แสดงต่อกรรมการคุมสอบในการสอบทุกวิชา หากไม่ได้นำมาในวันสอบ จะหมดสิทธิ์เข้าสอบ คณะกรรมการอาจพิจารณาให้เข้าสอบในกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งต้องมีหลักฐานชัดเจน และต้องนำเอกสารต่อไปนี้มายื่นในวันสอบด้วย

- บัตรประจำตัวประชาชน

- สำเนาทะเบียนบ้าน

- ใบรับรองจากโรงเรียน

- หากไม่ได้นำมาในวันสอบให้ไปติดต่อที่กองอำนวยการสอบก่อนสอบไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง เพื่อขอรับการพิจารณา และหากเห็นสมควรจะออกใบแทนการสอบให้ หากไม่ดำเนินการใดๆ จะไม่มีสิทธิ์ในการสอบ

๒. ผู้สอบจะต้องเข้าสอบทุกวิชา หากขาดวิชาใดวิชาหนึ่งจะหมดสิทธิ์ได้รับ การคัดเลือก

๔.๓ สถานที่สอบวิชาสามัญ

มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดสอบวิชาสามัญตามสนามสอบต่างๆ โดยผู้สมัครสามารถเลือก

สนามสอบ ได้ดังนี้

ภาคกลาง มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา/พญาไท/บางกอกน้อย)

มหาวิทยาลัยมหิดล (วิทยาเขตกาญจนบุรี)

ภาคเหนือ โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

โรงเรียนมงฟอร์ด จังหวัดเชียงใหม่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงเรียนสุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา

โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จังหวัดอุดรธานี

โรงเรียนอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ

ภาคใต้ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช

ข้อแนะนำ ควรเลือกสนามสอบในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของศูนย์แพทย์ที่สมัคร

๔.๔ การประกาศผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และกิจกรรมกลุ่ม

๔.๔.๑ ประกาศรายชื่อวันศุกร์ที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และทางเว็บไซต์ http://www.mahidol.ac.th/admission/quota2011 โดยมีเกณฑ์การพิจารณาผลสอบทางวิชาการ ดังนี้

๔.๔.๒ ผู้ที่ส่งเอกสารไม่ครบหรือมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุจะไม่ได้รับการประกาศรายชื่อ

๔.๔.๓ จำนวนผู้ผ่านข้อเขียนจะประกาศมากกว่าจำนวนรับจริง โดยไม่ระบุว่าเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง และประกาศตามรหัสประจำตัวสอบโดยไม่เรียงลำดับคะแนนสอบ ทั้งนี้ผลรวมของคะแนนสอบทุกรายวิชาต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ทั้งนี้คะแนนรายวิชา

วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์รวมกันต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๔๐ ด้วย

๔.๔.๔ ตอบรับการเข้าสอบสัมภาษณ์ภายในวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๓

๔.๕ การตรวจสุขภาพจิต การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มและการสัมภาษณ์

๔.๕.๑ ผู้ที่มีชื่อในประกาศจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพจิต และต้องผ่านเกณฑ์ที่แพทย์ กำหนดจึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม และประสบการณ์ และรับการสอบสัมภาษณ์ ณ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาที่สมัคร

๔.๕.๒ ผู้ที่จะเข้าตรวจสุขภาพจิต ร่วมกิจกรรมกลุ่มและสัมภาษณ์จะต้องลงนามในหนังสือยินยอม ว่าหากได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการฯ จะสละสิทธิ์การสมัครเข้ารับการคัดเลือกใน สถาบันอุดมศึกษาที่จัดโดยสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) และการคัดเลือก เข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตร์ ที่ดำเนินการโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ หากไม่ยินยอมจะไม่มีสิทธิ์การเข้ารับการคัดเลือก

๔.๕.๓ ตรวจร่างกายและตรวจทางสุขภาพจิต ณ สถานที่/เวลา ซึ่งสาธารณสุขของแต่ละจังหวัดจะกำหนดโดยดูประกาศที่เว็บไซต์ http://www.mahidol.ac.th/admission/quota2011 หรือศูนย์แพทย์ฯ ที่สมัคร

๔.๕.๔ กิจกรรมกลุ่ม และการสอบสัมภาษณ์ จัด ระหว่างวันที่ ๖ -๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ สถานที่ต่อไปนี้

ศูนย์แพทย์ฯ กิจกรรมกลุ่ม สอบสัมภาษณ์ สถานที่

รพ.ราชบุรี ๘-๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ อาคารศูนย์แพทย์ฯ

รพม.นครศรีธรรมราช ๗-๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ อาคารศูนย์แพทย์ฯ

รพม.นครราชสีมา ๗-๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ อาคารศูนย์แพทย์ฯ

รพ.สวรรค์ประชารักษ์ ๗-๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ อาคารศูนย์แพทย์ฯ

การคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาจะพิจารณาจากลำดับคะแนนรวมของการสอบทางวิชาการ (๗๕ %) คะแนนกิจกรรมกลุ่ม กับการสัมภาษณ์ (๒๕ %) (กรณีที่ไม่ผ่านกิจกรรมกลุ่ม และ/หรือ ไม่ผ่านการสัมภาษณ์จะไม่ได้รับการพิจารณาให้เข้าศึกษา) และการพิจารณาของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุด

๕. การประกาศผลการคัดเลือก

วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยจะประกาศทางเว็บไซต์ http://www.mahidol.ac.th/admission/quota2011 เป็นรายชื่อตัวจริงเรียงลำดับตามรหัสประจำตัวสอบและประกาศตัวสำรองตามลำดับคะแนนโดยสำรองตามกลุ่มจังหวัด ทั้งนี้ผู้สอบผ่านการคัดเลือกตัวจริงจะต้องมาทำสัญญาการเข้าศึกษาพร้อมกับผู้ปกครองตามวัน/เวลาที่กำหนด และยืนยันการสละสิทธิ์เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของสถาบันต่างๆ ใน ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ด้วย หากมิได้ดำเนินการใดๆ จะถือว่าสละสิทธิ์การศึกษาในโครงการนี้ และโครงการฯ จะไม่แจ้งการสละสิทธิ์ไปยัง สอท. และ กสพท. ซึ่งอาจมีผลให้ไม่ได้รับการคัดเลือกในการสอบทั้งสองประเภท หากมีผู้มาทำสัญญาและยืนยันสิทธิ์ไม่ครบจำนวนตามที่ประกาศ ทางโครงการฯ จะแจ้งให้ตัวสำรองมาทำสัญญาและยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษาแทน โดยเรียงตามลำดับคะแนน

๖. การทำสัญญาเพื่อเข้าศึกษา ณ สาธารณสุขจังหวัด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนดวันทำสัญญาระหว่างผู้ที่ผ่านการคัดเลือกตัวจริงกับกระทรวงสาธารณสุข ภายในวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๔ และกับตัวสำรอง (ดำเนินการหลังจากตัวจริงสละสิทธิ์) ภายในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๔

กรณีมีผู้ผ่านการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดไม่ครบตามจำนวน คณะกรรมการจะเรียกตัวสำรองในกลุ่มของพื้นที่เดียวกันเพื่อเข้าศึกษาทดแทน โดยเรียงตามลำดับคะแนน

ผู้ผ่านการคัดเลือกที่ปฏิบัติตามขั้นตอนครบถ้วนแล้วจะต้องจัดส่งใบแสดงผลการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อม GPA (๖ ภาคการศึกษา) ที่มีผลตามเกณฑ์ที่ระบุในการรับสมัคร ไปยังงานการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถ.พระราม ๖ ราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ ภายในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๔ (วงเล็บมุมซอง “ใบแสดงผลการศึกษา”) ผู้ที่มีผลการศึกษาไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดจะหมดสิทธิ์เข้าศึกษาในโครงการฯ และหากชำระเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาไว้แล้ว มหาวิทยาลัยจะคืนค่าธรรมเนียมให้

๗. การลงทะเบียนเป็นนักศึกษา

การลงทะเบียน (รับเอกสารการลงทะเบียนและจองหอพัก) วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม สำหรับกำหนดการที่แน่นอน จะแจ้งให้ทราบทางเว็บไซต์

ประกาศ ณ วันที่ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุนันทา วิบูลย์จันทร์)

รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา

ปฏิบัติงานแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

เอกสารแนบท้ายประกาศสำหรับโครงการ ODOD

โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) ให้ทุนการศึกษาจนจบหลักสูตรเป็นเวลา ๖ ปี โดยมีข้อผูกพันเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วต้องปฏิบัติงานชดใช้ทุนในอำเภอและจังหวัดที่ได้รับโควตาหรือในเขตพื้นที่ที่ขาดแคลนแพทย์ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้

๑. เงื่อนไขในการสมัคร

ผู้ที่มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกในโควตาโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

๑.๑ เป็นผู้ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดที่ได้รับโควตา

๑.๒ เป็นผู้ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ ของโรงเรียนในจังหวัด โดยเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ไม่อยู่ในเขตอำเภอเมือง

๑.๓ ผ่านค่ายเตรียมความพร้อมที่จัดโดยศูนย์แพทย์ที่สังกัด

๒. ทุนการศึกษา

๒.๑ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ตามประกาศของมหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์แพทยศาสตรศึกษาที่ร่วมโครงการ

ตามอัตราค่าใช้จ่ายจริง ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท/ปี

๒.๒ ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท

๒.๓ ค่าที่พักตามจ่ายจริงไม่เกินเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท

๓. เงื่อนไขการปฏิบัติงานชดใช้ทุน

๓.๑ ผู้รับทุนเมื่อสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจะต้องปฏิบัติงานชดใช้ทุนในอำเภอหรือในจังหวัดที่เป็น ภูมิลำเนา หรือในพื้นที่ที่ขาดแคลนแพทย์หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป็นเวลา ๑๒ ปี ติดต่อกัน

๓.๒ ในระหว่างการปฏิบัติงานชดใช้ทุนผู้รับทุนมีสิทธิ์ลาฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน และหลังการฝึกอบรมแล้ว จะต้องปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชนที่เป็นต้นสังกัด โดยมีรายละเอียดดังนี้

- ผู้ปฏิบัติงานชดใช้ทุนครบ ๔ ปี สามารถลาฝึกอบรมในสาขาเวชศาสตร์ป้องกันคลินิกและเวชศาสตร์ ครอบครัว

- ผู้ปฏิบัติงานชดใช้ทุนครบ ๕ ปี สามารถลาฝึกอบรมในสาขาศัลยศาสตร์ และศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์

- ผู้ปฏิบัติงานชดใช้ทุนครบ ๖ ปี สามารถลาฝึกอบรมในสาขาอายุรศาสตร์ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และ

กุมารเวชศาสตร์ ทั้งนี้ระยะเวลาเข้าฝึกอบรม จะไม่นับรวมเป็นระยะเวลาของการชดใช้ทุนกรณีที่ผิด สัญญาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ต้องชดใช้เงิน จำนวน ๒ ล้านบาทภายในเวลา ๓๐ วันหรือตามที่ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแทนการปฏิบัติงาน

Credit  http://www.mahidol.ac.th/muthai/_popup/camp-54.doc

Credit :: ขอบคุณข้อมูลจาก UniGang ด้วยจร้า…


Comments are closed