การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ระดับปริญญาตรี ระบบรับตรง (โควตาทั่วประเทศ)
ประกาศมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา
เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ระดับปริญญาตรี
ระบบรับตรง (โควตาทั่วประเทศ)
ประจำปีการศึกษา 2553
————————
ด้วยมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา จะดำเนินการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาต่อ ในมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ระดับปริญญาตรี ระบบรับตรง (โควตาทั่วประเทศ) ประจำปีการศึกษา 2553 ให้แก่นักเรียนที่กำลังศึกษา 6 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 โดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้
1. วัตถุประสงค์
1.1 เพื่อกระจายโอกาสการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา แก่ให้แก่นักเรียนที่กำลัง ศึกษา 6 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544
1.2 เพื่อช่วยผลิตนักวิชาการ และนักวิชาชีพชั้นสูง ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ
1.3 เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจของประเทศ
2. กลุ่มบุคคล และสถานศึกษา
2.1 กลุ่มบุคคลที่มีสิทธิ์สมัครสอบคัดเลือก คือ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้มีคุณสมบัติตามที่ มหาวิทยาลัยกำหนด ได้แก่ นักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญในโครงการจัดการศึกษาปกติ หรือ ชั้นปีสุดท้าย ตามหลักสูตร การศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญ และต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการ ดำเนินงานการศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญศึกษา (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2544 หรือ ผู้ที่กำลังศึกษา ในชั้นเรียนปีการศึกษาสุดท้ายของการจัดการเรียน การสอนในสถานศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ ศึกษา
2.2 สถานศึกษา ได้แก่ โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายสาย สามัญ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และกรมการศาสนา 2
3. คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร
3.1 มีสัญชาติไทย และเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย
3.2 เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ โครงการจัดการศึกษาปกติ ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาเอกชน หรือ เป็นนักศึกษา หรือ ผู้ที่กำลังศึกษาในชั้นเรียนปีการศึกษาสุดท้ายของโรงเรียนพระ ปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา
3.3 ต้องเป็นผู้ปราศจากโรคเหล่านี้ คือ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะ ปรากฏอาการน่ารังเกียจ โรคติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรงและโรคพิษสุราเรื้อรัง
3.4 ไม่เป็นผู้ที่มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (Psychosis) โรคประสาทรุนแรง (Severe neurosis) หรือ โรคบุคลิกภาพแปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
3.5 ไม่เป็นผู้ที่มีโรคติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจ ระดับรุนแรง โรคความดันโลหิตสูงรุนแรง โรคภาวะไตวายเรื้อรัง โรคติดสารเสพติดให้โทษ
3.6 ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในกรณีความผิดอันกระทำ โดยประมาทหรือความผิดอันเป็นลหุโทษ
3.7 เป็นผู้ผ่านการทดสอบความถนัดทั่วไป ( GAT ) และผ่านทดสอบความถนัดทางด้านวิชาการ และวิชาชีพ (PAT) ครั้งที่ 2 (เดือนกรกฎาคม) หรือครั้งที่ 3 ( เดือนตุลาคม )
4. คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัคร
4.1 หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาบริบาลเภสัชกรรม
1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้หลังจากจบการศึกษาแล้ว
2. ก่อนเข้าศึกษาต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียวหรือสัญญาปลายเปิดตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2543 คือ เป็นสัญญาที่กำหนดหน้าที่ของผู้รับทุนที่จะต้องปฏิบัติตาม คำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรร ฯ โดยต้องทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเป็นเวลาไม่น้อย กว่า 3 ปีติดต่อกันตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาลกับมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ผูกพันให้ส่วนราชการต้อง บรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานในหน่วยงานของรัฐ
3. จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
3.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
3.2 มีปัญหาทางด้านจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาท รุนแรง (severneurosis) หรือโรคบุคลิกภาพแปรปรวนโดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline 3
3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตรายหรือส่งผลให้เกิดความพิการถาวร อันเป็น อุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง
3.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบ วิชาชีพเวชกรรม เช่น
- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้ว อย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถือเป็นโรคลมชักที่ ควบคุมได้
- โรคหัวใจระดับรุนแรงจนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพ เวชกรรม
- โรคความดันเลือดสูงรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่อ อวัยวะอย่างถาวร
- ภาวะไตเรื้อรัง
- โรคติดต่อสารเสพติด
3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง
3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง
- สายตาข้างดีต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ
3.7 หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40dB) จากความ ผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน (sensorincural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
4.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์ สาขาวิชา อุตสาหกรรมเกษตร สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
- ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการทางสายตาคือ ตาบอดทั้งสองข้าง และ/หรือตาบอดสี
4.3 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา
1. ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
2. ไม่เป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ได้แก่ ตาบอดสี 4
4.4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
ผู้สมัครเข้าศึกษาสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และ ปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ ดังต่อไปนี้
1. มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
2. ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
2.1 สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสอง ข้าง
2.2 สายตาข้างดีต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
2.3 ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ
2.4 หูหนวกหรือหูตึง (Threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความ ผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน (Sensorineural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
3. ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง
4. โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการ แพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่า เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้คณบดีคณะ / ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ โรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้
หมายเหตุ ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้ปรากฎเป็นความเท็จขึ้น ภายหลังอาจต้องถูกตัดสิทธิ์ในการศึกษา
4.5 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด
เพื่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนสำหรับรายวิชาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา กายภาพบำบัด ซึ่งมีการเรียนทั้งภาคบรรยายและภาคปฏิบัติการที่ต้องฝึกให้การรักษาทางกายภาพบำบัด แก่ผู้ป่วย ผู้สมัครเข้าศึกษาจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรค อาการของโรคและ ปราศจากความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ซึ่งผู้สมัครเข้าศึกษาต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. ไม่มีความพิการใด ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
2. ผู้สมัครต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร
3. ผู้สมัครต้องไม่มีความผิดปกติทางการมองเห็น คือ ตาบอดหนึ่งข้าง หรือสองข้าง
4. ผู้สมัครต้องไม่มีภาวะหูหนวกหรือตึง จากความผิดปกติทางระบบประสาทและการ ได้ยิน
4.6 หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
- ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการทางสายตา คือ ตาบอดทั้งสองข้าง 5
4.7 หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์
- ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการทางสายตา คือ ตาบอดทั้งสองข้าง
4.8 หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร
1. ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการทางสายตา คือ ตาบอดทั้งสองข้างหรือตาบอดสี
2. ไม่มีความบกพร่องทางหูทั้งสองข้าง
3. ไม่มีความพิการในมือทั้งสองข้าง
4.9 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ
- ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการทางสายตา คือ ตาบอดทั้งสองข้าง
4.10 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี , สาขาวิชาชีววิทยา , สาขาวิชาฟิสิกส์ ,สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์, สาขาวิชาวัสดุศาสตร์ , สาขาวิชาคณิตศาสตร์ และสาขาวิชาสถิติ
1. ไม่เป็นผู้มีความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
2. ไม่เป็นผู้มีความพิการทางสายตา คือ ตาบอดสนิททั้งสองข้าง หรือตาบอดสี
3. ไม่เป็นผู้ที่หูหนวก และ/หรือ เป็นใบ้
4.11 หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต
1. จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็น อุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบอาชีพวิชาเวชกรรม ดังต่อไปนี้
1.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
1.2 ปัญหาทางด้านจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severeneurosis) หรือโรคบุคลิกภาพแปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality
1.3 ติดสารเสพติดให้โทษ
2. ผู้สอบผ่านข้อเขียน มีสิทธิ์เข้ารับการตรวจร่างกายและสอบสัมภาษณ์ โดยจะต้องเข้ารับ การทดสอบความพร้อมในการศึกษา และความพร้อมในการประกอบอาชีพ เช่น ความสามารถในการ แยกแยะสี (ไม่รับผู้ที่ตาบอดสี) การตรวจร่างกายโดยละเอียดและการตรวจทางจิตเวช หากผ่านการ ทดสอบดังกล่าวแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษา
5. หลักสูตร / สาขาวิชา / จำนวนรับ
มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา จะดำเนินการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ระดับปริญญาตรี ระบบรับตรง (โควตาทั่วประเทศ) ประจำปีการศึกษา 6
หมายเหตุ - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมเกษตรและหลักสูตร วิศวกรรมศาสตร์บัรฑิต เรียนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ตลอดหลักสูตร
6. การรับสมัครเข้าศึกษา
6.1 สมัครด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ www.admission.pyo.nu.ac.th และให้ผู้สมัครสั่งพิมพ์ เอกสารใบสมัครเพื่อใช้ในการยื่นสมัคร ตั้งแต่วันที่ 2 – 9 พฤศจิกายน 2552
6.2 ผู้สมัครดำเนินการยื่นเอกสารด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 2 – 9 พฤศจิกายน 2552
6.3 ส่งเอกสารใบสมัครและเงินค่าสมัครให้มหาวิทยาลัย (คนละ 200 บาท) โดยจ่ายเป็นตั๋วแลก เงินได้ทุกธนาคาร หรือธนาณัติสั่งจ่ายในนาม “มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา” และจัดส่งเอกสารสมัคร ไปที่ งานรับเข้าศึกษา ส่วนงานบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ต.แม่กา อ. เมือง จ.พะเยา 56000 ภายใน วันที่ 2-9 พฤศจิกายน 2552
หมายเหตุ (วงเล็บมุมซอง “ระบบรับตรง ( โควตาทั่วประเทศ ) ประจำปีการศึกษา 2553 ”)
6.4 ผู้สมัครมีสิทธิ์เลือกเข้าศึกษาในหลักสูตร / สาขาวิชาได้ไม่เกิน 2 อันดับ โดยให้ ผู้สมัครเรียงลำดับโดยเลือกสาขาวิชาที่มีความประสงค์เข้าศึกษาต่อมากที่สุดเป็นลำดับแรก ทั้งนี้การ ตัดสินผลการสอบคัดเลือก ฯ ของมหาวิทยาลัยให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
หมายเหตุ กรณีที่ผู้สมัครคัดเลือกขาดคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ มหาวิทยาลัยจะสงวนสิทธิ์ในการ คืนเงินค่าสมัคร
7. หลักฐานประกอบการสมัคร
7.1 ใบสมัครที่สั่งพิมพ์จากเว็บไซต์ www.admission.pyo.nu.ac.th และติดรูปถ่ายหน้าตรง (รูป สีหรือขาว – ดำ) ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 1 รูป ตรงมุมขวาของใบสมัคร
7.2 ใบแสดงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.1) 5 ภาคเรียนโดยมีตราโรงเรียน / สถานศึกษาประทับ จำนวน 1 ฉบับ
7.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
7.4 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
7.5 สำเนาการเปลี่ยนชื่อ หรือสกุล (ถ้ามี) 7
8. เกณฑ์การคัดเลือกและการตัดสิน
8.1 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้ในประกาศนี้
8.2 พิจารณาตัดสินผลการสอบคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์องค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่
- ผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.1) 5 ภาคเรียน มีค่าน้ำหนักคะแนน ร้อยละ 20
- ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) มีค่าน้ำหนักตามแต่ละสาขาวิชากำหนด
- ผลการทดสอบความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) มีค่าน้ำหนักตามแต่ละ สาขาวิชากำหนด รวมกันแล้วนำค่าน้ำหนักคะแนนรวมทั้งสิ้นมาพิจารณาเปรียบเทียบ เรียงลำดับที่จากมากไปหาน้อย
9. วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์
วันที่ 8 มกราคม 2553
หมายเหตุ ประกาศผ่านทางเว็บไซต์การรับสมัครเข้าศึกษาต่อของมหาวิทยาลัย
Website : www.admission.pyo.nu.ac.th
10. การตรวจร่างกาย
ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องใช้แบบฟอร์มใบตรวจร่างกายของมหาวิทยาลัย ฯ (ตามภาคผนวก 2) ในการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนในอำเภอ / จังหวัดของผู้สมัคร เพื่อพิจารณาความ พร้อมของสภาพร่างกายและจิตใจตามความต้องการของสาขาวิชา และชำระค่าบริการตรวจร่างกายด้วย ตนเอง (ตามจำนวนเงินที่โรงพยาบาลเรียกเก็บ)
11. วันสอบสัมภาษณ์
วันที่ 16-17 มกราคม 2553
หมายเหตุ ให้นำใบตรวจร่างกายของแพทย์ตามแบบฟร์อมของมหาวิทยาลัย มายื่นต่อคณะกรรมการ สอบสัมภาษณ์ในวันสอบสัมภาษณ์
12. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษา
วันที่ 20 มกราคม 2553
หมายเหตุ ประกาศผ่านทางเว็บไซต์การรับสมัครเข้าศึกษาต่อของมหาวิทยาลัย
Website : www.admission.pyo.nu.ac.th) 8
13. วันยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษา ฯ
วันที่ 23 – 24 มกราคม 2553
หมายเหตุ ผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษา เมื่อมายืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา แล้ว จะจัดส่งรายชื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อตัดสิทธิ์การเลือกคณะ / สาขาวิชา การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (Admission) ประจำปีการศึกษา 2553 และมหาวิทยาลัยจะไม่พิจารณาการยื่นขอสละสิทธิ์ การขอลาออกหรือ การยกเลิกการรายงานตัวดังกล่าว จนกว่าการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553 จะดำเนินการเสร็จสิ้น
14. วันรายงานตัวขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตใหม่ แสดงคุณวุฒิและยื่นผลคะแนนสอบ O–NET
วันที่ 20 – 21 พฤษภาคม 2553
15. วันเปิดภาคเรียนต้น ปีการศึกษา 2553
ต้นเดือนมิถุนายน 2553
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2552
ดร.วีระชัย ณ นคร
( ดร.วีระชัย ณ นคร)
ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา
